ข่าวกิจกรรมคริสตจักรพระสัญญา

เก็บตก กิจกรรมวันสงกรานต์ รดน้ำดำหัว สวัสดีปีใหม่ไทย 2018

  เก็บตก กิจกรรมวันสงกรานต์ รดน้ำดำหัว สวัสดีปีใหม่ไทย รดน้ำขอพรอวยพรกันและกันในครอบครัวของเรา ณ คริสตจักรพระสัญญา 8 เมษายน 2018 คริสตจักรพระสัญญา ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านให้เต็มล้นบริบูรณ์ด้วยความสุข สดชื่น เจริญรุ่งเรืองตลอดปี 2018 อาเมน   ...

ขอเรียนเชิญร่วมถวายทรัพย์เพื่อก่อสร้างตัวอาคารนมัสการ คริสตจักรแสงแห่งชีวิต

ขอเรียนเชิญร่วมถวายทรัพย์เพื่อก่อสร้างตัวอาคารนมัสการ คริสตจักรแสงแห่งชีวิต (คริสตจักรลูกของคริสตจักรพระสัญญา) ธนาคารไทยพานิชย์สาขาบิ๊กซี ปากน้ำสมุทรปราการ ชื่อบัญชี คริสตจักรพระสัญญา หมายเลขบัญชี 361-237935-6 (ที่ดินและทรัพย์สินที่พี่น้องถวายทั้งหมด...

รวมภาพกิจกรรมวันคริสมาส 2015 ณ คริสตจักรพระสัญญา

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม คต พระสัญญา ได้จัดกิจกรรมพิเศษเฉลิมฉลองคริสตมาส โดยในวันงาน กลุ่มต่างๆในคริสตจักรได้ร่วมสนุก จัดการแสดงบนเวที หลังจากจบงาน คต ได้จัดเลี้ยงรับรองด้วยอาหารพิเศษ...

สรุปคำเทศนาประจำอาทิตย์

"พูดความจริงต่อกัน"

  • 16 สิงหาคม 2558
  • By คริสตจักรพระสัญญา

การพูด คือ การสื่อสารเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจ  การพูดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก...

“ แม่เป็นผู้ให้”

  • 09 สิงหาคม 2558
  • By คริสตจักรพระสัญญา

ความรักของแม่ เป็นความรักที่ไม่มีข้อแม้ เพราะแม่มีแต่ให้อภัยเสมอ ...

ความรักใหญ่ที่สุด

  • 02 สิงหาคม 2558
  • By คริสตจักรพระสัญญา

ความรักเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อมวลมนุษย์ ...

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  • “ลุงอาเธอร์ ลุงจำวันที่พาผมไปร้านตัดผมกับซูเปอร์มาร์เก็ตได้ไหมครับผมใส่กางเกงสีกากี เสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีฟ้า เสื้อไหมพรมสีน้ำเงิน ถุงเท้ากับรองเท้าร็อกพอร์ตสีน้ำตาล วันนั้นเป็นวันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม ปี 2016” จาเร็ดหลานชายที่มีภาวะออทิสติกของผมได้รับสิ่งชดเชยเป็นความทรงจำอันมหัศจรรย์ ที่เขาสามารถจดจำรายละเอียดของวันเวลาและเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ได้แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านไปนานหลายปี เพราะความผิดปกติของจาเร็ด เขาจึงได้ครอบครองความทรงจำที่เตือนผมถึงพระเจ้าผู้ทรงรอบรู้และเปี่ยมด้วยความรัก ผู้ทรงควบคุมเวลาและนิรันดร์กาลพระองค์ทรงทราบข้อเท็จจริงทุกอย่าง และไม่เคยลืมพระสัญญาหรือประชากรของพระองค์ คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าพระเจ้าทรงลืมคุณไปหรือยัง เมื่อคนอื่นดูเหมือนจะแข็งแรง มีความสุข และประสบความสำเร็จมากกว่าคุณ สถานการณ์ที่ไม่เป็นตามคาดของอิสราเอลในยุคโบราณทำให้พวกเขาพูดว่า “พระเจ้าได้ทรงละทิ้งข้าพเจ้าแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทรงลืมข้าพเจ้าเสียแล้ว” (อสย.49:14) แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงเป็นเช่นนั้น พระเมตตาและความห่วงใยของพระองค์มีมากกว่าความรักความผูกพันตามธรรมชาติที่แม่มีต่อลูก (ข้อ 15) ก่อนที่จะพูดว่าพระเจ้าทรง “ละทิ้ง” หรือ “ทรงลืม” ให้เราทบทวนอีกครั้งถึงสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำผ่านพระเยซูพระบุตรของพระองค์ ในพระกิตติคุณที่นำการยกโทษมาให้เรา พระเจ้าตรัสอย่างชัดเจนว่า “เราก็จะไม่ลืมเจ้า” (ข้อ 15)

  • อาหารเท่าที่จำเป็น รองเท้าบูทกันน้ำและแผนที่เป็นสิ่งจำเป็นเพียงบางส่วนที่นักเดินทางไกลบนเส้นทางจอห์นมูร์เทรลจะต้องแบก เส้นทางจอห์นมูร์เทรลมีระยะทางราว 340 กิโลเมตรทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะต้องข้ามลำธาร อ้อมทะเลสาบและแนวป่า และข้ามภูเขาที่สูงกว่า 47,000 ฟุต การเดินทางนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ดังนั้นการแบกอุปกรณ์และเสบียงที่พอเหมาะจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การเตรียมมากเกินไปก็ทำให้หนักเกินกว่าที่จะแบกได้ น้อยเกินไปก็จะมีสิ่งจำเป็นไม่เพียงพอต่อการเดินทาง การประสบความสำเร็จบนเส้นทางของการเป็นผู้เชื่อในพระเยซูก็ต้องอาศัยการพิจารณาอย่างระมัดระวังถึงสิ่งที่เรานำติดตัวไปด้วยเช่นกัน ในพระธรรมฮีบรู 12 เตือนเราให้ “ละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่และบาปที่เกาะแน่น” ผู้เขียนเปรียบชีวิตของเรากับการ “วิ่งแข่ง…ตามที่ได้กำหนดไว้สำหรับเรา” ซึ่งเราจะต้อง “ไม่รู้สึกท้อถอย” (ข้อ 1,3) การหมกมุ่นอยู่ในความบาปหรือการผูกพันอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าคือการแบกน้ำหนักที่เกินความจำเป็น เช่นเดียวกับการเตรียมตัวเพื่อไปที่จอห์นมูร์เทรล พระเจ้าก็ทรงให้ขั้นตอนในการติดตามพระเยซูไว้ในพระคัมภีร์ เราสามารถรู้ได้ว่ามีนิสัย ความฝันและความปรารถนาใดที่มีคุณค่าพอที่เราควรจะนำติดตัวไปด้วยโดยวิเคราะห์ดูจากพระคัมภีร์ เมื่อเราเดินทางพร้อมสัมภาระที่พอเหมาะ เราจะประสบความสำเร็จในการเดินทางอย่างสวยงาม

  • ในปี 2009 ภาพยนตร์เรื่อง “แม่ผู้นี้มีแต่รักแท้” (The Blind Side) ถ่ายทอดเรื่องจริงของวัยรุ่นไร้บ้านชื่อไมเคิล โอเฮอร์ ครอบครัวหนึ่งรับเขาเข้ามาอยู่ในบ้านและช่วยเขาเอาชนะอุปสรรคจนประสบความสำเร็จในการเล่นอเมริกันฟุตบอล ในฉากหนึ่ง ครอบครัวพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะรับไมเคิลเป็นลูกบุญธรรมหลังจากที่เขาได้อยู่กับพวกเขามาหลายเดือน ไมเคิลตอบพวกเขาด้วยความสุภาพอ่อนโยนว่า เขาคิดว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้แล้ว! ช่างเป็นช่วงเวลาที่งดงามเช่นเดียวกับความงดงามของการรับเป็นลูกบุญธรรม ความรักนั้นแผ่ขยายออกไปเมื่อครอบครัวกางแขนรับสมาชิกใหม่เข้ามาอย่างสมบูรณ์ การรับเป็นลูกบุญธรรมนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหลายชีวิตเช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของไมเคิล ในพระเยซู ผู้เชื่อได้เป็น “บุตรของพระเจ้า” โดยความเชื่อในพระองค์ (กท.3:26) พวกเราได้รับการยอมรับจากพระเจ้าและได้เป็นบุตรของพระองค์ (4:5) เมื่อพระเจ้าทรงรับเราเป็นบุตร เราได้รับพระวิญญาณขององค์พระบุตร เราเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดา” (ข้อ 6) และเราได้เป็นทายาทของพระองค์ (ข้อ 7) และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ (รม.8:17) เราได้กลายเป็นสมาชิกที่สมบูรณ์ในครอบครัวของพระองค์ เมื่อไมเคิล โอเฮอร์ถูกรับเป็นบุตร ชีวิต อัตลักษณ์ตัวตนและอนาคตของเขาเปลี่ยนแปลงไป แล้วสำหรับเราซึ่งพระเจ้าทรงรับเป็นบุตรจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเรารู้จักพระองค์ในฐานะพระบิดา อัตลักษณ์ของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราเป็นของพระองค์ อนาคตของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อมีพระสัญญาถึงมรดกแห่งสง่าราศีนิรันดร์

ชีวิตคริสเตียน

article thumbnailบาง คนบอกว่าผมโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวของนักดนตรี จึงได้รับพรสวรรค์ทางดนตรี และได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง แต่ความจริงผมไม่อยากใช้คำว่า “ โชค ” กับชีวิตของผม เพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิจเป็นแผนการของพระเจ้า

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top