
ความเป็นหนึ่งเดียวกันสามารถเกิดขึ้นได้โดย พระเยซูคริสต์เป็นผู้ช่วยเราเพราะเราไม่สามารถที่จะทำด้วยตัวเราเองได้ แต่พระองค์จะหล่อหลอมเราให้เรารักกันและกัน เพราะเราแต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องการซึ่งกันและกัน เราไม่ชอบอยู่ลำพังคนเดียว ความเป็นหนึ่งเกิดขึ้นได้ ถ้าเราทำตามพระบัญชาของพระเจ้า 3 ประการคือ
ประการที่ 1 เข้าสนิทในพระเจ้า ยอห์น 15:4
“จงเข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้นอกจากติดอยู่กับเถาฉันใด ท่านทั้งหลายจะเกิดผลไม่ได้ นอกจากจะเข้าสนิทอยู่ในเราฉันนั้น”
ชีวิตของต้องเข้าสนิทกับพระเจ้า เพื่อเราจะสามารถทราบน้ำพระทัยของพระเจ้าที่พระเจ้าจะตรัสกับเราเพื่อเราจะสามารถทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
ประการที่ 2 ยึดมั่นในพระเจ้า ยอห์น 15:9
“พระบิดาทรงรักเราฉันใด เราก็รักท่านทั้งหลายฉันนั้น จงยึดมั่นในความรักของเรา”
พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เราต้องยึดมั่นความรักของพระเจ้าเพราะเราแต่ละคนมีนิสัยส่วนตัว ต้องการเป็นคนสำคัญ ต้องการการยอมรับ เมื่อเราให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตของเรา เราสามารถรักคนอื่นได้
ประการที่ 3 รักกันและกัน ยอห์น 15:12,17
พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกันและกันเหมือนดังที่เรารักท่าน , สิ่งที่เราสั่งท่านทั้งหลายไว้คือ ท่านจงรักกันและกัน
พระเจ้าได้ตรัสสั่งเราคือ จงรักกันและกัน เพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อน ความรักของพระเจ้าคือการรับแบบไม่มีข้อแม้ ความรักต้องมีการเข้าใจ อธิษฐานเผื่อเขา และการอุทิศตัวเพื่อเขาเช่นเดียวกับพระเยซูที่ได้สละชีวิตเพื่อมิตรสหาย พระเจ้าได้ประทานความสมบูรณ์แบบให้กับเราแต่ละคนแล้ว ความสมบูรณ์แบบที่พระประทานให้กับเรา คือ การชำระของพระเยซู พระองค์ต้องการให้เราเกิดผลและมีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้ามีชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์
สรุป
พระเจ้าได้เลือกสรรชีวิตของเราให้เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า พระเจ้าให้เรามีความสมบูรณ์แบบโดยการชำระของพระเยซู ให้เราใช้ชีวิตของเราให้สมกับที่พระองค์รักเราคือชีวิตแห่งการเกิดผล โดยการเข้าสนิทกับพระเจ้าและยึดมั่นความรักของพระเจ้าเมื่อเรามีความรักของพระเจ้าสถิตอยู่ในใจ และผลที่จะเกิดขึ้นคือเราสามารถที่จะรักกันและกันได้
พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน, สิ่งที่เราสั่งท่านทั้งหลายไว้คือ ท่านจงรักกันและกัน
ยอห์น 15:12,17