|
พระเจ้าได้ทรงนำผู้ที่ทำการบุกเบิกและก่อตั้งคริสตจักร คือ ท่านศาสนาจารย์ศุภชัย วงศ์ ธนาธิกุล เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2478 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนเดียวในครอบครัว ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลอาวุโสของคริสตจักรมีหน้าที่ในการให้การอบรม และดูแลสมาชิกในคริสตจักร และมีลูกชายคนสุดท้องที่เรียนจบปริญญาโทสาขาศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตจากโรงเรียนคริสศาสนาศาสตร์แบ๊บติสต์ มาช่วยในการทำงานด้านอภิบาลศิษย์อีกคน คือ ดร. ทะนุ วงศ์ธนาธิกุล
ศาสนาจารย์ศุภชัย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันโรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์ แบ๊บติสต์ ในปี 1962 ซึ่งในรุ่นนั้น มีนักศึกษาสำเร็จการศึกษาออกมาเพียง 2 คน คือ ศาสนาจารย์ ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล และศาสนาจารย์ เวส ลี (ปัจจุบันพำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา )
จุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นคริสตจักรพระสัญญา
ครูศุภชัย ในสมัยนั้นได้ติดตามมิชชั่นนารีที่มีชื่อเรียกว่า แหม่มคลาย ไปประกาศในหลายจังหวัดของประเทศไทย สุดท้ายจึงได้นิมิตที่จะทำงานประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ โดยขณะนั้นทางมูลนิธิแบ๊บติสต์ แห่งประเทศไทยและคริสตจักรอิมมานูเอล เป็นผู้สนับสนุน โดยได้เริ่มเช่าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ (ปัจจุบันได้รื้อไปแล้ว) เป็นสถานประกาศ ชื่อว่า “สถานประกาศอิมมานูเอล ปากน้ำ”
ในการทำงานประกาศช่วงแรก ในเขตจังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก สถานประกาศจะเต็มไปด้วยเด็ก ๆ ซึ่งมาเรียนรวี (เป็นการเรียนรู้เรื่องราวของพระเจ้าและการศึกษาพระคัมภีร์) โดยผู้ใหญ่ส่วนมากจะไม่ค่อยสนใจนัก ประมาณเกือบปี แหม่มคลายก็ได้กลับสหรัฐและได้มี อาจารย์ แมคคอลส์ มาช่วยงานแทน ซึ่งนับว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานประกาศคึกคักมาก เพราะได้มีงานประกาศควบคู่ไปกับการสอนภาษาอังกฤษ (สอนฟรี) ให้กับคนละแวกใกล้เคียงและนักศึกษา จนกระทั่งสถานที่ไม่พอ คริสเตียนท่านหนึ่งคือ ท่านอาจารย์อนงค์ นิมานเหมินทร์ จึงได้มีความกรุณาให้ย้ายสถานประกาศ มายังบ้านหลังหนึ่งของท่านซึ่งว่างอยู่และมีบริเวณกว้างขวาง (อยู่เชิงสะพานมหาวงษ์ ในปัจจุบัน) ขณะนั้นมีนักศึกษาและผู้สนใจประมาณ 80 คน และมีผู้รับเชื่อ 10 คน
หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวของอาจารย์ แมคคอลส์ ได้ย้ายกลับเข้าประจำกรุงเทพ และได้มีครอบครัวของ อาจารย์ มูลี่ เข้ามารับช่วงงานแทน ในช่วงนี้สถานประกาศได้ย้ายมาอยู่ห้องแถว 2 ชั้น เยื้องสถานีตำรวจ โดยใช้ชั้น 2 เป็นที่นมัสการ และสอนภาษาอังกฤษ ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักของ ครูศุภชัย และคุณสุวราภรณ์ (ภรรยา) ในช่วงเวลานั้น (ค.ศ. 1965) อาจารย์ มูลี่ ได้ปรึกษากับครูศุภชัย ในการจะซื้อที่ดิน (ที่ตั้งคริสตจักรปัจจุบัน) และจะสร้างคริสตจักรถาวรขึ้น โดยทำเรื่องถึงทางมูลนิธิแบ๊บติสต์ แห่งประเทศไทย และในเวลาต่อมา ทางมูลนิธิ ฯ ก็ได้ซื้อที่ดินดังกล่าว แต่การสร้างคริสตจักรนั้นท่านอาจารย์มูลี่ และครูศุภชัย ต้องช่วยกันรับผิดชอบ
เวลาผ่านไป 3 ปี (ค.ศ. 1968) ด้วยความทุ่มเทของท่านอาจารย์ มูลี่ ในการหาทุนสนับสนุนจากทางมูลนิธิและครูศุภชัย ได้ใช้เงินที่เก็บหอมรอบริบไว้ ในที่สุดอาคารที่จะใช้เป็นสถานนมัสการก็สามารถสร้างเสร็จ และได้ย้ายสถานประกาศเดิม (ซึ่งเป็นการย้ายครั้งสุดท้าย) มายังสถานที่ปัจจุบัน โดยได้สถาปนา “สถานประกาศอิมมานูเอล ปากน้ำ” ขึ้นเป็น “คริสตจักรพระสัญญา” และสถาปนา “ครูศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล” เป็น “ อาจารย์ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล” ดำรง ตำแหน่งเป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรพระสัญญา
ปีที่ 14 ของงานประกาศในจังหวัดสมุทรปราการ คือ ในปี ค.ศ.1976 ศท. พอล แม๊ส อาเรส เซ็นดาวร์ ได้เป็นตัวแทนทางมูลนิธิฯ แต่งตั้ง อาจารย์ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล ขึ้นเป็นศาสนาจารย์ ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล โดยได้รับเงินเดือนครั้งแรก 800 บาท ขณะนั้นคริสตจักรมีสมาชิกประมาณ 40 คน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่น้องจากภาคต่าง ๆ ที่มาหางานทำในเขตอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้การถวายไม่เพียงพอที่จะรองรับเงินเดือนของศิษยาภิบาลได้
อาจารย์ศุภชัย จึงได้คิดโครงการ “เราห่วงท่าน” ขึ้นโดยได้นำพี่น้องที่กำลังหางานทำมาฝึกวิชาชีพ แต่การถวายก็ไม่เพียงพออยู่ดี ด้วยการตัดสินใจรับใช้พระเจ้าอย่างแรงกล้า อาจารย์ ศุภชัย กับครอบครัวที่มีลูกถึง 4 คน จึงได้ตัดสินใจรับงานที่บริษัท แสงทองค้าข้าว โดยได้ใช้เวลาช่วงเย็นในการประกาศและฝึกวิชาชีพให้กับพี่น้องคริสเตียนที่ยังว่างงาน และรับผิดชอบงานคริสตจักรในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยไม่รับเงินเดือนของคริสตจักรตั้งแต่นั้นมา
ผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงนำ พระเจ้าได้ทรงนำผู้ที่ทำการบุกเบิกและก่อตั้งคริสตจักร คือ ท่านศาสนาจารย์ศุภชัย วงศ์ ธนาธิกุล เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2478 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนเดียวในครอบครัว ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลอาวุโสของคริสตจักรมีหน้าที่ในการให้การอบรม และดูแลสมาชิกในคริสตจักร และมีลูกชายคนสุดท้องที่เรียนจบปริญญาโทสาขาศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตจากโรงเรียนคริสศาสนาศาสตร์แบ๊บติสต์ มาช่วยในการทำงานด้านอภิบาลศิษย์อีกคน คือ ดร. ทะนุ วงศ์ธนาธิกุล ศาสนาจารย์ศุภชัย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันโรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์ แบ๊บติสต์ ในปี 1962 ซึ่งในรุ่นนั้น มีนักศึกษาสำเร็จการศึกษาออกมาเพียง 2 คน คือ ศาสนาจารย์ ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล และศาสนาจารย์ เวส ลี
จุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นคริสตจักรพระสัญญา ครูศุภชัย ในสมัยนั้นได้ติดตามมิชชั่นนารีที่มีชื่อเรียกว่า แหม่มคลาย ไปประกาศในหลายจังหวัดของประเทศไทย สุดท้ายจึงได้นิมิตที่จะทำงานประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ โดยขณะนั้นทางมูลนิธิแบ๊บติสต์ แห่งประเทศไทยและคริสตจักรอิมมานูเอล เป็นผู้สนับสนุน โดยได้เริ่มเช่าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ (ปัจจุบันได้รื้อไปแล้ว) เป็นสถานประกาศ ชื่อว่า “สถานประกาศอิมมานูเอล ปากน้ำ” ในการทำงานประกาศช่วงแรก ในเขตจังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก
สถานประกาศจะเต็มไปด้วยเด็ก ๆ ซึ่งมาเรียนรวี (เป็นการเรียนรู้เรื่องราวของพระเจ้าและการศึกษาพระคัมภีร์) โดยผู้ใหญ่ส่วนมากจะไม่ค่อยสนใจนัก ประมาณเกือบปี แหม่มคลายก็ได้กลับสหรัฐและได้มี อาจารย์ แมคคอลส์ มาช่วยงานแทน ซึ่งนับว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานประกาศคึกคักมาก เพราะได้มีงานประกาศควบคู่ไปกับการสอนภาษาอังกฤษ (สอนฟรี) ให้กับคนละแวกใกล้เคียงและนักศึกษา จนกระทั่งสถานที่ไม่พอ คริสเตียนท่านหนึ่งคือ ท่านอาจารย์อนงค์ นิมานเหมินทร์ จึงได้มีความกรุณาให้ย้ายสถานประกาศ มายังบ้านหลังหนึ่งของท่านซึ่งว่างอยู่และมีบริเวณกว้างขวาง (อยู่เชิงสะพานมหาวงษ์ ในปัจจุบัน) ขณะนั้นมีนักศึกษาและผู้สนใจประมาณ 80 คน และมีผู้รับเชื่อ 10 คน
หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวของอาจารย์ แมคคอลส์ ได้ย้ายกลับเข้าประจำกรุงเทพ และได้มีครอบครัวของ อาจารย์ มูลี่ เข้ามารับช่วงงานแทน ในช่วงนี้สถานประกาศได้ย้ายมาอยู่ห้องแถว 2 ชั้น เยื้องสถานีตำรวจ โดยใช้ชั้น 2 เป็นที่นมัสการ และสอนภาษาอังกฤษ ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักของ ครูศุภชัย และคุณสุวราภรณ์ (ภรรยา) ในช่วงเวลานั้น (ค.ศ. 1965) อาจารย์ มูลี่ ได้ปรึกษากับครูศุภชัย ในการจะซื้อที่ดิน (ที่ตั้งคริสตจักรปัจจุบัน) และจะสร้างคริสตจักรถาวรขึ้น โดยทำเรื่องถึงทางมูลนิธิแบ๊บติสต์ แห่งประเทศไทย และในเวลาต่อมา ทางมูลนิธิ ฯ ก็ได้ซื้อที่ดินดังกล่าว แต่การสร้างคริสตจักรนั้นท่านอาจารย์มูลี่ และครูศุภชัย ต้องช่วยกันรับผิดชอบ
เวลาผ่านไป 3 ปี (ค.ศ. 1968) ด้วยความทุ่มเทของท่านอาจารย์ มูลี่ ในการหาทุนสนับสนุนจากทางมูลนิธิและครูศุภชัย ได้ใช้เงินที่เก็บหอมรอบริบไว้ ในที่สุดอาคารที่จะใช้เป็นสถานนมัสการก็สามารถสร้างเสร็จ และได้ย้ายสถานประกาศเดิม (ซึ่งเป็นการย้ายครั้งสุดท้าย) มายังสถานที่ปัจจุบัน โดยได้สถาปนา “สถานประกาศอิมมานูเอล ปากน้ำ” ขึ้นเป็น “คริสตจักรพระสัญญา” และสถาปนา “ครูศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล” เป็น “ อาจารย์ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล” ดำรง ตำแหน่งเป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรพระสัญญา
ปีที่ 14 ของงานประกาศในจังหวัดสมุทรปราการ คือ ในปี ค.ศ.1976 ศท. พอล แม๊ส อาเรส เซ็นดาวร์ ได้เป็นตัวแทนทางมูลนิธิฯ แต่งตั้ง อาจารย์ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล ขึ้นเป็นศาสนาจารย์ ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล โดยได้รับเงินเดือนครั้งแรก 800 บาท ขณะนั้นคริสตจักรมีสมาชิกประมาณ 40 คน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่น้องจากภาคต่าง ๆ ที่มาหางานทำในเขตอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้การถวายไม่เพียงพอที่จะรองรับเงินเดือนของศิษยาภิบาลได้ อาจารย์ศุภชัย จึงได้คิดโครงการ “เราห่วงท่าน” ขึ้นโดยได้นำพี่น้องที่กำลังหางานทำมาฝึกวิชาชีพ แต่การถวายก็ไม่เพียงพออยู่ดี
ด้วยการตัดสินใจรับใช้พระเจ้าอย่างแรงกล้า อาจารย์ ศุภชัย กับครอบครัวที่มีลูกถึง 4 คน จึงได้ตัดสินใจรับงานที่บริษัท แสงทองค้าข้าว โดยได้ใช้เวลาช่วงเย็นในการประกาศและฝึกวิชาชีพให้กับพี่น้องคริสเตียนที่ยังว่างงาน และรับผิดชอบงานคริสตจักรในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยไม่รับเงินเดือนของคริสตจักรตั้งแต่นั้นมา ต่อมา โครงการต่าง ๆ มากมายก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจาก “เราห่วงท่าน” “เราเป็นหนึ่ง” และ “มารักคริสตจักรกันเถอะ”
จนกระทั่งปี ค.ศ. 1988 ผู้ปกครองวีระชัย วงศ์ธนาธิกุล ซึ่งเป็นมัคนายกของคริสตจักรได้เสนอและต่อเติมอาคารนมัสการ หลังใหม่ที่สามารถบรรจุสมาชิกได้ 150 คน พร้อมอุปกรณ์ ซึ่งทั้งหมดก็ได้ถวายเป็นเกียรติสูงสุดแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าทรงอวยพระพรคริสตจักรพระสัญญาอย่างไม่หยุดยั้ง คริสตจักรพระสัญญาได้เข้าร่วมในกลุ่มสหพันธ์คริสตจักรในจังหวัดสมุทรปราการ (ส.ค.ส.)
และในปี ค.ศ. 2002 ทางคริสตจักร ได้ทำพิธีเปิดอาคารพันธสัญญา อย่างเป็นทางการ โดยผู้ปกครองศุภเลิศ ศรีเสถียรวงศ์ (ประธาน) , ผู้ปกครองวีระชัย วงศ์ธนาธิกุล (ที่ปรึกษา), ศาสนาจารย์ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล (ศิษยาภิบาล) และอาจารย์ ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ (ประธานสหคริสตจักรแบ๊บติสต์) เป็นผู้ทำพิธีเปิด และมอบถวายเกียรติ์แด่พระเจ้าผู้สูงสุดเพียงองค์เดียว จากอดีตถึงปัจจุบัน จาก “โครงการมารักคริสตจักรกันเถอะ” ถึง “โครงการหนึ่งนำหนึ่ง” “โครงการขยายสถานประกาศ” “โครงการร่วมมือการประกาศของทุกคริสตจักรในเขตจังหวัดสมุทรปราการและใกล้เคียง” ได้ดำเนินการอยู่อย่างรีบเร่ง โดยข้อคิดที่ว่า “การทำงานของพระเจ้า อย่างซื่อสัตย์ และสุดกำลังแล้วพระองค์จะทรงพอพระทัย และ อวยพรในงานนั้น ๆ อย่างแน่นอน” ต่อมา โครงการต่าง ๆ มากมายก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจาก “เราห่วงท่าน” “เราเป็นหนึ่ง” และ “มารักคริสตจักรกันเถอะ” จนกระทั่งปี ค.ศ. 1988 ผู้ปกครองวีระชัย วงศ์ธนาธิกุล ซึ่งเป็นมัคนายกของคริสตจักรได้เสนอและต่อเติมอาคารนมัสการ หลังใหม่ที่สามารถบรรจุสมาชิกได้ 150 คน พร้อมอุปกรณ์ ซึ่งทั้งหมดก็ได้ถวายเป็นเกียรติสูงสุดแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าทรงอวยพระพรคริสตจักรพระสัญญาอย่างไม่หยุดยั้ง คริสตจักรพระสัญญาได้เข้าร่วมในกลุ่มสหพันธ์คริสตจักรในจังหวัดสมุทรปราการ (ส.ค.ส.)
และในปี ค.ศ. 2002 ทางคริสตจักร ได้ทำพิธีเปิดอาคารพันธสัญญา อย่างเป็นทางการ โดยผู้ปกครองศุภเลิศ ศรีเสถียรวงศ์ (ประธาน) , ผู้ปกครองวีระชัย วงศ์ธนาธิกุล (ที่ปรึกษา), ศาสนาจารย์ศุภชัย วงศ์ธนาธิกุล (ศิษยาภิบาล) และอาจารย์ ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ (ประธานสหคริสตจักรแบ๊บติสต์) เป็นผู้ทำพิธีเปิด และมอบถวายเกียรติ์แด่พระเจ้าผู้สูงสุดเพียงองค์เดียว
จากอดีตถึงปัจจุบัน จาก “โครงการมารักคริสตจักรกันเถอะ” ถึง “โครงการหนึ่งนำหนึ่ง” “โครงการขยายสถานประกาศ” “โครงการร่วมมือการประกาศของทุกคริสตจักรในเขตจังหวัดสมุทรปราการและใกล้เคียง” ได้ดำเนินการอยู่อย่างรีบเร่ง โดยข้อคิดที่ว่า
“การทำงานของพระเจ้า อย่างซื่อสัตย์ และสุดกำลังแล้วพระองค์จะทรงพอพระทัย และ อวยพรในงานนั้น ๆ อย่างแน่นอน”
|