พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. พระเจ้าทรงร้องเพลงให้คุณ
    สิบเจ็ดเดือนหลังจากที่ลูกชายคนแรกของเราเกิด ลูกสาวตัวน้อยก็ตามมา ผมดีใจมากเมื่อคิดว่าจะได้ลูกสาว แต่ก็กังวลเพราะขณะที่เราพอจะรู้เรื่องของเด็กผู้ชายบ้าง เด็กผู้หญิงกลับเป็นเรื่องที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน เราตั้งชื่อเธอว่าซาราห์ สิทธิพิเศษอย่างหนึ่งของผมคือได้กล่อมเธอนอนเพื่อให้ภรรยาผมได้พัก ผมไม่มั่นใจว่าเพราะอะไรแต่ผมเริ่มร้องเพลงกล่อมให้เธอหลับ และเพลงที่ผมเลือกคือ “เธอเป็นแสงสว่างของฉัน” (You Are My Sunshine) ไม่ว่าจะอุ้มเธอไว้หรือยืนอยู่เหนือเปลของเธอ ผมมักร้องเพลงให้เธอและผมรักทุกนาทีเหล่านั้น ตอนนี้เธออายุ 20 กว่าแล้ว และผมยังคงเรียกเธอว่า “แสงสว่าง” พวกเรามักคิดถึงการร้องเพลงของเหล่าทูตสวรรค์ แต่คุณคิดถึงการร้องเพลงของพระเจ้าครั้งสุดท้ายเมื่อไร ใช่แล้ว พระเจ้าทรงร้องเพลง ยิ่งไปกว่านั้น คุณคิดว่าพระเจ้าทรงร้องเพลงให้คุณครั้งล่าสุดเมื่อใด เศฟันยาห์มีความชัดเจนในข้อความที่ท่านส่งไปเยรูซาเล็ม “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า” ทรงชื่นชมยินดีในตัวคุณมากจนพระองค์ “ทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง” (3:17) แม้ว่าข้อความนี้พูดกับเยรูซาเล็มโดยตรง แต่ก็เหมือนกับพระเจ้าทรงร้องเพลงให้พวกเรา ซึ่งเป็นผู้ที่ยอมรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเช่นกัน! พระองค์ทรงร้องเพลงอะไร พระคัมภีร์ไม่ได้บอกชัดเจนในเรื่องนี้ แต่บทเพลงนั้นก่อกำเนิดมาจากความรักของพระองค์ เราจึงวางใจได้ว่าเป็นสิ่งที่จริง น่านับถือ ถูกต้อง บริสุทธิ์ น่ารักและน่ายกย่อง (ฟป.4:8 TNCV)
  2. พระเจ้าทรงฟังอยู่ไหม
    เมื่อฉันร่วมรับใช้ในทีมดูแลผู้มานมัสการในคริสตจักร หน้าที่หนึ่งของฉันคืออธิษฐานตามคำขอที่เขียนไว้ในบัตรตรงม้านั่งระหว่างการนมัสการ เผื่อสุขภาพของคุณป้า เผื่อการเงินของคู่สามีภรรยา ขอให้หลานชายได้พบพระเจ้า ฉันไม่ค่อยได้ยินถึงผลลัพธ์ของคำอธิษฐานเหล่านี้ คนส่วนใหญ่ไม่ลงชื่อไว้ และฉันไม่มีทางรู้ได้ว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานนั้นอย่างไร ต้องสารภาพว่าบางครั้งฉันก็สงสัยว่า พระองค์ทรงฟังจริงๆไหม เกิดอะไรขึ้นจากคำอธิษฐานของฉันบ้างไหม ตลอดชั่วชีวิตของเรา พวกเราส่วนใหญ่มักตั้งคำถามว่า “พระเจ้าทรงได้ยินฉันไหม” ฉันจำได้ถึงคำทูลอ้อนวอนขอลูกของฉัน ที่เหมือนกับนางฮันนาห์ซึ่งไม่ได้รับคำตอบอยู่หลายปี และคำอ้อนวอนให้พ่อของฉันได้พบความเชื่อ แต่ท่านจากไปโดยไม่ได้มีการรับเชื่อที่ชัดเจนใดๆ ตลอดเวลาหลายพันปีมีตัวอย่างมากมายที่เห็นได้อย่างชัดเจนของการที่พระเจ้าทรงโน้มลงมาสดับฟัง ทั้งเสียงโอดครวญของชนชาติอิสราเอลที่ตกเป็นทาส (อพย.2:24) โมเสสบนภูเขาซีนาย (ฉธบ.9:19) โยชูวาที่กิลกาล (ยชว.10:14) คำอธิษฐานขอลูกของนางฮันนาห์ (1 ซมอ.1:10-17) ดาวิดร้องขอการช่วยกู้ให้พ้นจากกษัตริย์ซาอูล (2 ซมอ.22:7) พระธรรม 1 ยอห์น 5:14 ขยายความเรื่องนี้ให้กับเรา “ถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา” คำว่า “ฟัง” หมายถึงการเอาใจใส่และตอบสนองต่อสิ่งที่ได้ยิน วันนี้เมื่อเราเข้าหาพระเจ้า ขอให้เรามั่นใจในพระกรรณที่คอยสดับฟังของพระองค์ซึ่งทอดยาวผ่านประวัติศาสตร์แห่งประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงได้ยินคำอ้อนวอนของเรา
  3. วัตถุประสงค์ของการทนทุกข์
    “ถ้ าเช่นนั้นคุณกำลังบอกว่ามันอาจไม่ใช่ความผิดของฉันก็ได้” คำพูดของผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมประหลาดใจ พวกเรากำลังพูดคุยกันถึงสิ่งที่ผมแบ่งปันในเช้าวันนั้นตอนไปเป็นวิทยากรรับเชิญที่คริสตจักรของเธอ “ฉันป่วยเรื้อรัง” เธออธิบาย “ฉันอธิษฐาน อดอาหาร สารภาพบาปและทำทุกวิธีที่มีคนบอกว่าจะช่วยให้หาย แต่ฉันก็ยังป่วยอยู่ ฉันจึงคิดว่าคงต้องโทษตัวเอง” ผมรู้สึกเศร้าใจกับคำสารภาพของผู้หญิงคนนั้น เธอได้รับ “สูตรสำเร็จ” ฝ่ายวิญญาณเพื่อใช้แก้ปัญหาที่มี แต่เธอกลับโทษตัวเองเมื่อสูตรเหล่านั้นใช้ไม่ได้ผล ที่แย่ไปกว่านั้นคือ สูตรสำเร็จที่ใช้รับมือกับการทนทุกข์เหล่านี้ถูกหักล้างไปแล้วตั้งแต่หลายยุคก่อน พูดง่ายๆก็คือสูตรสำเร็จนี้บอกว่า หากคุณกำลังทนทุกข์นั้นแสดงว่าคุณมีบาป เมื่อโยบสูญเสียฝูงสัตว์ ลูกๆและสุขภาพ เพื่อนๆได้ใช้สูตรนี้กับท่าน “ผู้ที่ไร้ความผิดเคยพินาศหรือ” เอลีฟัสสงสัยว่าโยบมีความผิด (โยบ 4:7) บิลดัดยังบอกกับโยบอีกว่าลูกๆของท่านตายเพราะพวกเขาทำบาป (8:4) โดยไม่สนใจสาเหตุที่แท้จริงของภัยพิบัติที่โยบได้รับ (1:6- 2:10) พวกเขาซ้ำเติมด้วยเหตุผลที่ตื้นเขินสำหรับความเจ็บปวดที่โยบได้รับ แต่ต่อมาพวกเขาถูกพระเจ้าทรงตำหนิ (42:7) การทนทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตในโลกที่ชั่วร้าย เช่นเดียวกับโยบ การทนทุกข์สามารถเกิดจากสาเหตุที่เราอาจไม่มีวันได้รู้ แต่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์สำหรับคุณที่ยิ่งใหญ่กว่าความเจ็บปวดที่คุณต้องสู้ทน อย่าหมดกำลังใจเพราะหลงเชื่อสูตรสำเร็จที่ตื้นเขินเหล่านั้น
  4. ตั้งไว้เป็นพิเศษ
    รถสามล้อเครื่องในประเทศศรีลังกาที่เรียกกันว่า “ตุ๊กตุ๊ก” เป็นยานพาหนะที่สะดวกและเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน ลอร์เรนผู้อาศัยในกรุงโคลอมโบเมืองหลวงตระหนักว่าพวกเขาคือทุ่งนาแห่งการประกาศข่าวประเสริฐ วันหนึ่งขณะโดยสารรถตุ๊กตุ๊ก เธอพบคนขับรถที่เป็นมิตรและยินดีพูดคุยเรื่องศาสนากับเธอ เธอบอกกับตัวเองว่าครั้งต่อไปเธอจะคุยเรื่องข่าวประเสริฐกับคนขับรถ ในพระธรรมโรมเปาโลเริ่มต้นด้วยการพูดถึงตัวเองว่าเป็น “ผู้ซึ่งได้ทรงตั้งไว้ให้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า” (รม.1:1) ในภาษากรีกคำว่า “ข่าวประเสริฐ” คือคำว่า evangelion ซึ่งหมายถึง “ข่าวดี” เปาโลต้องการบอกว่าเป้าหมายหลักของท่านคือการประกาศข่าวดีของพระเจ้า ข่าวดีนี้คืออะไร พระธรรมโรม 1:3 พูดถึงข่าวประเสริฐของพระเจ้าว่า “เกี่ยวกับพระบุตรของพระองค์” ข่าวดีนี้คือพระเยซู! พระเจ้าพระองค์เองทรงเป็นผู้ที่ต้องการจะบอกกับโลกว่า พระเยซูเสด็จมาเพื่อช่วยเราจากความบาปและความตาย และพระองค์ทรงเลือกเราให้เป็นช่องทางในการสื่อสารของพระองค์ ช่างเป็นความจริงที่อ่อนน้อมถ่อมตนจริงๆ! การแบ่งปันข่าวดีเป็นสิทธิพิเศษที่ผู้เชื่อในพระเยซูทุกคนได้รับ เรา “ได้รับพระคุณ” ให้ประกาศถึงความเชื่อนี้แก่ผู้อื่น (ข้อ 5-6) พระเจ้าทรงตั้งเราไว้ให้ประกาศข่าวประเสริฐอันน่าตื่นเต้นแก่ผู้ที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะในรถตุ๊กตุ๊ก หรือที่ใดก็ตาม ขอให้เราเป็นเหมือนลอร์เรนที่มองหาโอกาสในชีวิตประจำวันของเรา เพื่อบอกผู้อื่นถึงข่าวดีซึ่งก็คือพระเยซู
  5. การทดสอบ
    ครั้งแรกที่ผมพาพวกลูกชายของผมไปปีนเขาโคโรลาโดฟอร์ทีนเนอร์ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงไม่น้อยกว่า 14,000 ฟุต พวกเขารู้สึกกังวล พวกเขาจะทำสำเร็จไหม พวกเขาพร้อมสำหรับความท้าทายนี้หรือยัง ลูกคนสุดท้องหยุดพักบ่อยๆตลอดทาง “พ่อ ผมไปต่อไม่ไหวแล้ว” เขาพูดซ้ำๆ แต่ผมเชื่อว่าการทดสอบนี้ดีสำหรับพวกเขา และผมอยากให้เขาวางใจผม ราว 1.6 กิโลเมตรก่อนถึงยอดเขา ลูกคนที่ยืนกรานว่าไปต่อไม่ไหวรวบรวมพลังอีกครั้งและแซงหน้าพวกเราไปถึงจุดสูงสุด เขาดีใจมากที่วางใจผมแม้จะมีความกลัว ผมประหลาดใจในความวางใจของอิสอัคที่มีต่อบิดาขณะที่พวกเขาเดินขึ้นเขา ยิ่งกว่านั้นผมพ่ายแพ้ให้กับความวางใจในพระเจ้าของอับราฮัมขณะที่ท่านยกมีดขึ้นเพื่อฆ่าบุตรชาย (ปฐก.22:10) แม้จิตใจจะสับสนและว้าวุ่นแต่อับราฮัมเชื่อฟังพระเจ้า โดยพระเมตตาทูตสวรรค์ได้หยุดยั้งท่านไว้ “อย่าแตะต้องเด็กนั้นหรือกระทำอะไรเขาเลย” ทูตของพระเจ้าพูด (ข้อ 12) พระเจ้าไม่เคยมีพระประสงค์ให้อิสอัคตาย เมื่อเปรียบเทียบเรื่องราวที่พิเศษนี้กับชีวิตของเราด้วยการไตร่ตรองอย่างระมัดระวัง สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตประโยคแรกให้ดี “พระเจ้าทรงลองใจอับราฮัม” (ข้อ 1) จากการทดสอบอับราฮัมได้เรียนรู้ว่าท่านไว้วางใจพระเจ้ามากเพียงไร ท่านค้นพบหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักของพระเจ้า และการจัดเตรียมที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ ในท่ามกลางความสับสน ความมืดมิดและการทดสอบของเรา เราได้เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเราและพระเจ้าของเรา และเราอาจพบว่าการทดสอบนำเราไปสู่ความวางใจในพระเจ้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top