พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. พระคุณในการทดลอง
    แอนนี่ จอห์นสัน ฟลิ้นต์ พิการด้วยโรคข้ออักเสบรุนแรงเพียงไม่กี่ปีหลังจบชั้นมัธยมปลาย เธอเดินไม่ได้อีกเลยและต้องให้คนอื่นช่วยเหลือในความต้องการด้านต่างๆ บทกวีและเพลงสรรเสริญของแอนนี่ทำให้มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมเธอ รวมทั้งมัคนายิกาคนหนึ่งที่ท้อแท้ในการรับใช้ เมื่อมัคนายิกาคนนี้กลับไปบ้าน เธอเขียนมาถึงแอนนี่ว่าทำไมพระเจ้าจึงให้เกิดเรื่องร้ายแรงเช่นนี้กับชีวิตเธอ แอนนี่ตอบกลับไปด้วยบทกลอนว่า “พระเจ้าไม่ได้ทรงสัญญาว่าท้องฟ้าจะเป็นสีฟ้าเสมอ หรือทางเดินจะโรยด้วยกลีบกุหลาบไปตลอดชีวิตของเรา…” เธอรู้จากประสบการณ์ว่าความทุกข์ยากมักจะเกิดขึ้นเสมอ แต่พระเจ้าจะไม่มีวันทอดทิ้งผู้ที่พระองค์ทรงรัก ทรงสัญญาว่าจะประทาน “พระคุณสำหรับการทดลอง ความช่วยเหลือจากเบื้องบน พระเมตตาไม่มีสิ้นสุด และความรักนิรันดร์” คุณอาจจำได้ว่านี่เป็นบทกลอนที่แต่งเป็นเพลงสรรเสริญชื่อ “สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา” โมเสสเองก็พบกับความทุกข์ยากและปัญหา แต่ท่านรู้ว่าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย เมื่อท่านส่งต่อตำแหน่งผู้นำชนชาติอิสราเอลให้โยชูวา ท่านบอกชายหนุ่มผู้นี้ให้เข้มแข็งและกล้าหาญ เพราะ “ผู้ที่ไปกับท่านคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน” (ฉธบ.31:6) โมเสสรู้ว่าชนชาติอิสราเอลจะต้องเผชิญกับศัตรูที่น่าเกรงขามเมื่อพวกเขาเข้าไปยึดดินแดนแห่งพระสัญญา จึงกล่าวแก่โยชูวาว่า “อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย” (ข้อ 8) สาวกของพระเยซูคริสต์จะต้องพบกับความยากลำบาก แต่พวกเรามีพระวิญญาณของพระเจ้าที่จะปลอบโยนและหนุนใจเรา พระองค์จะไม่มีวันทอดทิ้งเรา
  2. ปลาทองมอนสโตร
    ตอนที่เลซีย์ สก๊อตอยู่ที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงของเธอ ปลาที่ดูเซื่องซึมตรงก้นตู้สะดุดตาเธอ เกล็ดของปลานั้นเปลี่ยนเป็นสีดำและเริ่มมีแผลตามตัว เลซีย์ช่วยชีวิตปลาอายุ 10 ปีตัวนั้น โดยตั้งชื่อให้มันว่า “มอนสโตร” ตามชื่อวาฬในนิทานเรื่อง พินอคคิโอ และเอามันใส่ไว้ในตู้ “พยาบาล” เปลี่ยนน้ำให้มันทุกวัน มอนสโตรมีอาการดีขึ้นอย่างช้าๆ มันเริ่มว่ายน้ำและตัวใหญ่ขึ้น เกล็ดสีดำของมันเปลี่ยนเป็นสีทอง การทุ่มเทดูแลเอาใจใส่ของเลซีย์ทำให้มอนสโตรหายดี! ในลูกา 10 พระเยซูทรงเล่าถึงเรื่องของคนเดินทางที่ถูกทุบตี ถูกปล้น และทิ้งไว้เกือบจะตายแล้ว ทั้งปุโรหิตและคนเลวีที่ผ่านมาต่างละเลยความเจ็บปวดของชายคนนั้น แต่ชาวสะมาเรียซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ถูกรังเกียจ ได้ช่วยเหลือดูแลและกระทั่งจ่ายเงินเพื่อรักษาเขา (ลก.10:33-35) พระเยซูทรงเรียกชายสะมาเรียในเรื่องนี้ว่าเป็น “เพื่อนบ้าน” แท้ และทรงหนุนใจให้ผู้ที่ฟังพระองค์ทำเช่นเดียวกับชายนั้น สิ่งที่เลซีย์ทำกับปลาทองที่กำลังจะตาย คือสิ่งที่เราสามารถทำกับผู้คนที่ขัดสนรอบตัวเรา ทั้งคนไร้บ้าน คนตกงาน คนพิการ และ “เพื่อนบ้าน” ผู้โดดเดี่ยวที่อยู่ในเส้นทางของชีวิตเรา ขอให้ความทุกข์ยากของพวกเขาสะดุดตาเราและนำเราให้ตอบสนองด้วยการใส่ใจดุจเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การทักทายอย่างสุภาพ การแบ่งปันอาหาร การช่วยเหลือด้านการเงินเล็กๆน้อยๆ พระเจ้าจะทรงใช้เราอย่างไรให้มอบความรักของพระองค์แก่ผู้อื่น ความรักนั้นที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้
  3. ภัยพิบัตินำเรามา
    ในปี ค.ศ. 1717 พายุที่ทำลายล้างพัดกระหน่ำเป็นเวลาหลายวัน นำไปสู่การเกิดน้ำท่วมในวงกว้างทางตอนเหนือของยุโรป ผู้คนหลายพันเสียชีวิตทั้งที่เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และเดนมาร์ก ประวัติศาสตร์เผยให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจและธรรมเนียมปฏิบัติในเวลานั้น ที่จะมีการตอบสนองจากรัฐบาลท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งแห่ง หน่วยงานบริหารเมืองโครนิงเง็นของเนเธอร์แลนด์เรียกร้องให้มี “วันอธิษฐาน” เพื่อตอบสนองต่อภัยพิบัติ นักประวัติศาสตร์คนหนึ่งรายงานว่าประชาชนรวมตัวกันในคริสตจักรและ “ฟังเทศนา ร้องเพลงสดุดี และอธิษฐานนานนับหลายชั่วโมง” ผู้เผยพระวจนะโยเอลบรรยายถึงภัยพิบัติร้ายแรงที่ชาวยูดาห์เผชิญ ซึ่งนำไปสู่การอธิษฐานด้วยเช่นกัน ฝูงตั๊กแตนจำนวนมหึมาปกคลุมแผ่นดินและ “ทำลายเถาองุ่น และปอกเปลือกต้นมะเดื่อ” (ยอล.1:7) ขณะที่ท่านและคนของท่านตกอยู่ในความกลัวจากหายนะนั้น โยเอลอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์” (ยอล.1:19) ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งชาวยุโรปเหนือและคนยูดาห์ต่างก็ประสบภัยพิบัติที่เกิดจากผลของบาปและโลกที่ล้มลงในบาป (ปฐก.3:17-19; รม.8:20-22) พวกเขายังพบด้วยว่า เวลาเช่นนี้นำให้พวกเขาร้องเรียกหาพระเจ้าและแสวงหาพระองค์ในการอธิษฐาน (ยอล.1:19) และพระเจ้าตรัสว่า “เจ้าทั้งหลายจง​กลับ​มาหา​เราเสียเดี๋ยวนี้ ด้วย​ความเต็มใจ” (2:12) เมื่อเราเผชิญกับความยากลำบากและภัยพิบัติ ขอให้เราหันไปยังพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยความเจ็บปวดหรือการกลับใจ พระองค์ทรงนำเราให้เข้ามาหาพระองค์ ด้วย “พระกรุณา” และ “บริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง” (ข้อ 13) โดยประทานการปลอบโยนและความช่วยเหลือที่เราต้องการ
  4. ความมั่งคั่งอันล้ำลึก
    ในวิถีโคจรระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี มีดาวเคราะห์น้อยที่ปรากฏตัวอย่างรวดเร็วดวงหนึ่งมีมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญสหรัฐ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าดาวเคราะห์น้อยชื่อ ไซคี 16 ประกอบด้วยโลหะ เช่น ทอง เหล็ก นิกเกิล และทองคำขาว ซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินมหาศาลที่วัดค่าไม่ได้ สำหรับตอนนี้ชาวโลกยังไม่ได้พยายามขุดเหมืองทรัพยากรอันมั่งคั่งนี้ แต่สหรัฐอเมริกากำลังวางแผนที่จะส่งเครื่องมือทดสอบไปเพื่อศึกษาหินมีค่านี้ คำสัญญาแห่งความมั่งคั่งเหลือคณานับที่ไกลเกินเอื้อมนี้อาจเป็นทั้งสิ่งที่เย้ายวนใจและน่าอึดอัด แน่นอนว่าในที่สุดก็จะมีคนที่สนับสนุนการไปถึงดาวเคราะห์น้อยไซคี 16 เพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่งจากดาวนี้ แล้วความ​มั่งคั่ง​ที่​เรา​เอื้อม​ถึงล่ะ ไม่มีใครอยากได้หรือ เมื่ออัครทูตเปาโลเขียนถึงคริสตจักรในศตวรรษแรกที่กรุงโรม ท่านพูดถึงความมั่งคั่งที่พร้อมจะเป็นของเรา ซึ่งพบได้ในความสัมพันธ์ที่เรามีกับพระเจ้า ท่านเขียนว่า “โอ ความมั่งคั่งแห่งพระปัญญาและความรอบรู้ของพระเจ้าช่างล้ำลึกยิ่งนัก!” (รม.11:33 TNCV) เจมส์ เดนนีย์นักวิชาการด้านพระคัมภีร์ได้อธิบายความมั่งคั่งนี้ว่าคือ “ความรักมากมายมหาศาลที่ไม่อาจหยั่งถึง ซึ่งทำให้พระเจ้าทรงทำมากยิ่งไปกว่าการตอบสนองความต้องการที่ยิ่งใหญ่ของโลกนี้” นี่คือสิ่งที่เราต้องการมากกว่าทองคำแท่งจากดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ห่างไกลไม่ใช่หรือ เราสามารถขุดค้นหาความมั่งคั่งแห่งพระปัญญาและความรู้ของพระเจ้าที่พบในพระคัมภีร์ขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา ขอพระเจ้าทรงนำเราไปสู่การขุดค้นลงไปในความมั่งคั่งนั้นเพื่อจะรู้จักและให้ความสำคัญกับพระองค์มากยิ่งขึ้น
  5. ยืนหยัดอย่างกล้าหาญ
    ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในรัฐอิลลินอยส์ ความรุนแรงในครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 40 ของอาชญากรรมทั้งหมดในชุมชน ศิษยาภิบาลคนหนึ่งในพื้นที่กล่าวว่าปัญหานี้มักซ่อนอยู่ในชุมชนผู้เชื่อเพราะเป็นสิ่งที่คนไม่อยากพูดถึง ดังนั้น แทนที่จะหลีกเลี่ยงจากปัญหา ผู้รับใช้ในพื้นที่จึงเลือกที่จะดำเนินตามความเชื่อและกล้ารับมือกับปัญหาด้วยการเข้ารับการอบรมเพื่อที่จะมองให้ออกถึงสัญญาณของความรุนแรง และสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรให้ช่วยจัดการกับปัญหานี้ ผู้รับใช้ท่านหนึ่งยอมรับถึงพลังแห่งความเชื่อและการลงมือปฏิบัติว่า “คำอธิษฐานและความเห็นอกเห็นใจของเรา ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม จะสร้างความแตกต่างที่เกิดผลได้” เมื่อเอสเธอร์ราชินีแห่งเปอร์เซียลังเลที่จะพูดทักท้วงกฎหมายที่ให้สิทธิ์ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนของเธอ ลุงของเธอจึงเตือนว่าถ้าเธอนิ่งเงียบ เธอและครอบครัวก็จะไม่รอดพ้นแต่จะพินาศ (อสธ.4:13-14) เมื่อรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องกล้าหาญและยืนหยัดแล้ว โมรเดคัยจึงถามขึ้นว่า “ที่จริงเธอมารับตำแหน่งราชินีก็เพื่อยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ ใครจะรู้” (ข้อ 14) ไม่ว่าเราจะถูกเรียกให้กล้าพูดเพื่อต่อต้านความอยุติธรรม หรือให้อภัยคนที่ทำให้เราทุกข์ยาก พระคัมภีร์รับรองกับเราว่าในสถานการณ์ที่ท้าทายเหล่านี้ พระเจ้าจะไม่มีวันละทิ้งหรือทอดทิ้งเราเลย (ฮบ.13:5-6) เมื่อเราขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าในเวลาที่เรารู้สึกกลัว พระองค์จะประทาน “จิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา” เพื่อจะกระทำการที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ (2 ทธ.1:7)

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top